นาฬิกาไม่หยุดเดิน

posted on 06 Feb 2009 21:27 by myhoneyypieandi

น่าแปลกเนอะ

กับคนขี้น้อยใจ ขี้แงแบบนี้

วันหนึ่งกลับร้องไห้ไม่เป็น

ร้องไห้ไม่ออก

ทั้งๆที่มีเรื่องให้ร้องตั้งมากมาย

ก็กลับไม่ร้อง

หลังจากวันนั้นที่กลับจากบ้านเด็กอ่อน

ก็ไม่ร้องอีกเลย

                                                    

หลังจากวันนั้น มีสิ่งหนึ่งที่เรารู้สึกได้คือ

เรารู้สึกพอ พอกับทุกๆอย่างที่ผ่านมา

รู้สึกว่า เออ เราก็เจอเรื่องบ้าๆบอๆมาเยอะเหมือนกัน

สำหรับ คนอายุเท่านี้นะ

ถือว่าเรา เจออะไรเยอะมากเลยล่ะ

ถือว่าสิ่งเก่าๆเป็นประสบการณ์ชีวิต

ที่ไม่ค่อยน่าจำเท่าไหร่นักหรอก

ตั้งแต่ เกิดมา

ทำไมก็ไม่รู้ ทั้งๆที่แม่เราก็ไม่ได้ดุ

แต่เรากลับกลัวแม่มากมายซะขนาดนั้น

อาจจะเป็นเพราะ เรารู้สึกถึงความคาดหวังในตัวเรามากไปนิดมั้งนะ

แล้วตอนเด็กๆก็จะอยู่กับแม่มากกว่าใครๆก็เลยรู้สึกว่าโลกนี้มันแค๊บ แคบ

ทำไมฉันกลัวอะไรมากมายขนาดนี้นะ

ไปทะเลก็กลัว ทำนู่นทำนี้ก็กลัว

พอโตมาสักพัก

เรามีความรู้สึก มีสมองน้อยนิด

ก็เริ่มรู้สึกว่า

เห้ย ชีวิตเรามันแปลกๆไปจากเพื่อนๆว่ะ

เฮ้ย ทำไมเค้าไปกินข้าวกันเป็นครอบครัวว่ะ

ทำไม ไปเที่ยวกันเป็นครอบครัวอย่างนั้น

คือตอนนั้นอายุประมาณ 4 ขวบ (ยังอุตส่าห์จำได้เนอะ)

ไปเที่ยวยุโรปกับพ่อแม่อย่างมีความสุขจริงๆน่ะเป็นครั้งสุดท้าย

เพราะหลังจากนั้นเวลาไปเที่ยวกัน 2 คนนี้มักจะทะเลาะกันบ่อยๆ

คือแม่เป็นผู้หญิงที่น่ารักมากกๆๆๆ คือ หาอย่างนี้ในปัจจุบันคงไม่มีอีกแล้ว

คือ ไม่เที่ยวกลางคืน เรียนเก่ง ชอบอยู่บ้าน ชอบเย็บปักถักร้อย มีความสุขกับการทำงานบ้าน

เลี้ยงลูกอยู่กับบ้าน   ว่าง่ายๆคือชอบเป็น คุณแม่ที่ดีนั้นเเหละ แต่บางทีก็ไม่ค่อยมีเวลาบ้าง

เพราะว่า เป็น หมอ ด้วย แล้วก็  ตอนนั้นก็เรียนโทอยู่

โอ้โฮ เป็นคุณแม่ที่ใครเห็นก็ชม

ส่วนคุณพ่อ คือ ตรงกันข้ามกับแม่สุดๆ คือ ติดเพื่อน กินเหล้าสูบบุหรี่ ใช้ชีวิตแบบอิสระมาก

อารมณ์ศิลปินสุดๆ เพราะแบบ จบ ถาปัด ศิลปากร มา โอ้โห้ ติสสุดๆ ทุกวันนี้อายุจะ 50แล้ว

ยังใส่เดป อยู่เลย

พอสัก ป.2 ครอบครัวเราก็เลิกกัน

แก้มก็อยู๋บ้านแม่บ้าง บ้านพ่อบ้าง  พอสักป.6 แม่ก็แต่งงานใหม่

แล้วก็ มีน้อง ซึ่งห่างกับเราประมาณ 13 ปี!!!

ตอนนั้นก็ประมาณ oh my god !! แต่ก็ไม่ใส่ใจอะไร

คือว่าง่ายๆมีเรื่องกระทบจิตใจเยอะมากเลยตั้งแต่เด็กๆ

บางทีก็สับสน เพราะแม่อยากให้เป็นหมอ พ่ออยากให้เรียน ถาปัด

ซึ่งเราก็ร้องไห้เยอะมาก

ตอนนั้นคบกับพี่หมอ ก็โดนห้ามนู่นนี้จนต้องเลิกกัน

เรื่องบางเรื่องเราก็แบบอ่อนไหวมากๆ แบบดูหนังเรื่องครอบครัวก็ร้องไห้ไรแบบนี้

จนวันหนึ่งเริ่มรู้สึกว่า

เราควรจะชินกับเรื่องแบบนี้สักทีนะ

ควรจะสงบสักที

แล้วมันก็สงบไปเอง

ตอนนี้เจอเพื่อนๆ ไปดุหนังที่บ้านเพื่อนกัน

หนังก็เศร้า แต่เราไม่รู้สึกอะไรแล้วอ่ะ

เหมือนต่อมน้ำตามันเสีย

เริ่มชินกับอะไรหลายๆอย่าง จนไร้ความรู้สึกแล้ว

มันชินจนบางทีทุกๆวันมันก็เหมือนอะไรที่เล่นย้อนไปย้อนมาก

เหมือนดูหนังซ้ำๆที่ทุกๆวันก็เหมือนกัน

                                                   

รถยังติดอยู่

เวลายังหมุนไม่หยุด

เข็มนาฬิกาหายไป

เวลาก็ยังหมุนต่อไป

ไม่ต่างอะไรกับ

การนั่งดูลำธารไหลไป...

                                                   

จะValentine แล้ว

ไม่ชอบวันนั้นเลย

รู้สึกไม่อยากออกจากบ้าน

รถคงติดน่าดู

แต่เรามีธุระต้องไปทำ

เจออะไรดีๆแย่ๆจะเอามาเล่าให้ฟัง

:p

ps. ขอโทษทีที่วันนี้บ่นเยอะไปหน่อย

เอาหน่าช่างมันเถอะๆ อ่านๆไปเถอะ

อย่าลืมเม้นด้วย

edit @ 9 Feb 2009 21:00:10 by Smurfsmint

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

บางครั้ง การเจออะไรที่เราเรียกว่าแย่ๆ บ่อยๆ
ก็ทำให้เกิดความเคยชิน หรือรับได้ไปโดยปริยาย
อาจจะมองได้ว่าคุณกำลังเข้มแข็งขึ้นเรื่อยๆ แต่อย่าลืมปลดปล่อยอารมย์เวลาที่เศร้าหมองออกมาบ้างนะคะ
จะได้ผ่อนคลายเนอะ
เวลายังเดิน ลมหายใจก็ยังเข้า-ออก ก็ยังคงต้องก้าวต่อปายยย สู้สู้^-^Vน๊า

#1 By Love...is all around. on 2009-02-09 21:11

ความรู้สึกแบบนั้นปัจจุบันก็เป็นอยู่เหมือนกัน
บางครั้งก็รู้สึกดี เจออะไรแย่ๆเศร้าๆก็เฉยๆ
เหมือนจะปล่อยวางได้ คล้ายจะบรรลุ
แล้วอาจจะเหาะได้ในที่สุด

บางคราวก็รู้สึกแย่ เหมือนจะพิการทางอารมณ์
ทำไมเราช่างไม่อ่อนไหวเอาเสียเลย..

การที่ไม่รู้สึกในสิ่งเศร้าๆ บางครั้งไม่เรียกว่าชิน
แต่อาจเกิดจากการรับรู้ว่า เราควรจะเศร้ากับความเศร้าจริงๆเสียที


______________________________

แนะ!! คราวนี้มีบอกให้อ่านๆไปเถอะ แล้วตบท้ายด้วยการบอก"อย่าลืมเม้มให้ด้วย"

ออกแนวดุ แต่แอบขำ 555



ป.ล. การถูกเรียกว่า"คุณ"นี่มันรู้สึกแปลกๆจริงๆด้วย



#2 By สมตง on 2009-02-10 02:20